ผู้จัดการพัฒนาลูกค้าหลักที่ประสบความสำเร็จ
 

Samuel Moore Walton หรือ Sam M. Walton (1918–1992) – แซม วอลตัน นักธุรกิจ ผู้ก่อตั้งบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ Wal-mart (วอล-มาร์ต) ที่ประสบความสำเร็จในสหรัฐอเมริกา และได้ขยายกิจการไปทั่วโลก ได้กล่าวเอาไว้ว่า “คุณมีเจ้านายเพียงคนเดียวเท่านั้น ลูกค้า’ ไงล่ะ และเขาสามารถไล่ทุกคนออกจากบริษัทฯ ได้ ตั้งแต่ประธานกรรมการจนถึงภารโรงด้วยวิธีการง่าย ๆ คือเอาเงินของเขาไปจับจ่าย ซื้อของที่อื่น”

ธุรกิจหลักของ Wal-mart เป็นแบบ B2C – Business-to-Consumer (ขายให้กับผู้อุปโภคบริโภคโดยตรง) ทำกิจกรรมส่งเสริมการขายมากมาย ทั้งลด แลก แจก แถม ยังปลูกฝังทัศนคติแบบ “ง้อ” ลูกค้าขนาดนี้...

แล้วท่านล่ะ... ในฐานะผู้ผลิต (Manufacturer) ผู้จัดจำหน่าย (Supplier/Vendors) และ/หรือผู้ประกอบการ SMEs ที่ทำธุรกิจหลักแบบ B2B – Business-to-Business (ขายให้กับองค์กรธุรกิจ) ซึ่งในที่นี้ หมายถึงการขายให้กับบริษัทค้าปลีกข้ามชาติระดับโลก (Global Retailer) หรือโมเดิร์นเทรดทั้งหลาย

ท่าน “เอาใจ” ลูกค้าหลักรายใหญ่ขนาดไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำ การแข่งขันในธุรกิจก็ยิ่งรุนแรงขึ้น... “การเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดก็ยากเย็น การสร้างยอดขายให้ถึงเป้าหมายก็แสนเข็ญ ผลกำไรที่ได้ก็อาจไม่ดีเท่ากับการทำธุรกิจในอดีต พนักงานที่เป็น Gen Y ก็ไม่อึด ไม่ทน ไม่พอใจอะไรนิดหน่อยก็ลาออก...” เสียงของผู้ประกอบการหลายรายโอดครวญ

ในขณะที่ National Account Manager, Key Account Manager, Key Customer Manager, หรือจะเรียกตำแหน่งอะไรก็แล้วแต่ของบริษัทผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และ/หรือผู้ประกอบการ SMEs ก็สบถประมาณว่า...

  • เรียกร้องแบบไม่มีวันจบสิ้น...
  • ขู่จริง ขู่จัง... ให้เท่าไหร่ ก็ไม่เคยพอ
  • จะบ้าเร๊อ... นี่ก็ลดให้แล้ว ยังอยากได้ของแถมอีก
  • โปรโมชั่นแรง ๆ ประเภทซื้อ 1 แถม 1 เท่านั้น ที่ดิฉันอยากได้...
  • 7 เดือนผ่านไปแล้ว ยังสรุป Trading Terms ไม่ได้เลย... คงสำเร็จตอนคลอดพอดี...
  • ผมต้องการเติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก... ลงทุนกับผมเยอะ ๆ ซิ
  • ข้าวของต่าง ๆ ล้วนขึ้นราคากันถ้วนหน้า หากอยากจะได้หัวชั้นทำเลดี ๆ หรือ Co-op Ads ตำแหน่งสวย ๆ นี่ ใบราคาใหม่... ไม่ต้องต่อนะ
  • ถอดใจแล้ว... ไปขายยี่ปั๊ว ซาปั๊วดีกว่า ไม่เรื่องมาก
  • ฯลฯ

ฝั่งตรงข้ามที่เป็น Buyer หรือ Category Development Manager ของบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ ก็พร่ำบ่น...

  • “เปอร์เซ็นต์กำไรของ Vendors สูงกว่าเราตั้งเยอะ...”
  • “งบโฆษณาทีวีงี้ มหาศาล ขอแบ่งฉันหน่อยซิ...”
  • KPIs ของฉัน โหดกว่าเยอะ ฉันยังต้องส่งผลกำไรของกลุ่มผลิตภัณฑ์อีกต่างหาก...”
  • “งานเยอะ งานยุ่งอย่างนี้ ไม่เอื้อความสะดวก ไม่ตามงาน ก็อย่าได้หวังว่างานจะเดิน...”
  • ไม่กดดัน ขู่เข็ญ ก็ไม่ได้อะไรพิเศษ ๆ ซิว่ะ...”
  • “ก็คู่แข่งขันรายอื่น เค๊าให้ Deal แบบนี้ได้นี่หว่า...”
  • เจ้านายสอนให้เข้มเข้าไว้ กล้า ๆ โยนกลับไป ไม่รับ Deal แรกนี้...”
  • “เขี้ยว ๆ แบบนี้ ต้องรีดให้ล่อนจ้อน...”
  • ฯลฯ

การบริหารจัดการลูกค้าหลักรายใหญ่ (Key Account Management หรือ Key Customer Management) เป็นงานที่ท้าทายอย่างยิ่ง เพราะหากผู้จัดการพัฒนาลูกค้าหลักไม่ระมัดระวังในการสร้างดุลยภาพระหว่างยอดขายกับค่าใช้จ่าย คือ ง้อ หรือเอาใจลูกค้าจนเกินไปแบบปฏิเสธไม่เป็น ให้ทุกอย่างตามคำร้องขอ ก็จะส่งผลให้ใช้เงินเกิน คือเกินจากงบประมาณที่วางแผนเอาไว้ใน Account Plan หรือ Customer Plan

การใช้เงินงบประมาณเกินเฉพาะกับลูกค้ารายใหญ่บางรายที่ช่วยส่งเสริมให้มียอดขายสูงขึ้นก็พอเป็นที่ยอมรับได้ แต่หากมีการใช้เงินเกินกับลูกค้าทุกราย ผู้บริหารในองค์กรนั้น ๆ ก็อาจต้องนอน (เอาเท้า) ก่ายหน้าผากได้ การใช้เงินงบประมาณเกินแบบไม่คุ้มกับยอดขายถือเป็นเรื่องใหญ่ แต่ที่น่าห่วงมากกว่านั้น ก็คือ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เหล่านี้อาจถูกบันทึกเป็นเงื่อนไขทางการค้า (Trading Terms) และนำมาเป็นฐานในการเจรจาต่อรองครั้งต่อ ๆ ไป

การบริหารจัดการลูกค้าหลักรายใหญ่เป็นงานที่สลับซับซ้อน ต้องการข้อมูลในเชิงลึกแบบ “รู้เขา รู้เรา” แน่นอนที่สุด ความรับผิดชอบของผู้จัดการพัฒนาลูกค้าหลักเป็นเรื่องที่สร้าง “ส่วนได้ หรือส่วนเสีย” ที่มีผลกระทบทั้งใน “ทางบวก หรือทางลบ” ทั้งใหญ่และรุนแรง คือได้ก็ได้มาก เสียก็เสียมาก

กระผมจึงอยากแบ่งปัน “คาถา CUSTOMER” เพื่อให้ท่านจำได้ง่าย ๆ ครอบคลุมหน้าที่และความรับผิดชอบของการบริหารจัดการลูกค้าหลักรายใหญ่ เพื่อเป็น กำลังเสริม” สร้างคุณค่าอย่างสูงสุด และพัฒนาศักยภาพให้กับท่าน หรือทีมงานของท่าน เพื่อสร้างยอดขายให้สูงขึ้น และเสริมอัตราการเจริญเติบโตของธุรกิจ นำมาซึ่งความมั่งคั่งให้กับสังคมโดยรวม อันเป็นวัตถุประสงค์ของบริษัท บิซ แบ๊กอัพ จำกัด

คาถา CUSTOMER ที่ว่า คือ...

  • C - Creative Troubleshooter แก้ปัญหาด้วยความคิดสร้างสรรค์ – ควรมีทัศนคติแบบทุกปัญหามีทางออก อุปสรรคทำให้เราเก่งและแกร่งขึ้น เป็นผู้แก้ปัญหา และแก้ปัญหาอย่างมุ่งมั่นตั้งใจโดยใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
  • U - Understand Customer’s Insights เจาะลึก และเข้าใจลูกค้าอย่างถึงแก่น – สืบเสาะ ค้นหาข้อมูลเชิงลึกในแง่มุมต่าง ๆ เพื่อสามารถค้นหาแนวทางแก้ปัญหา หรือส่งเสริมให้มองเห็นโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจ โดยชี้ชวนให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทำงานไปในทิศทางเดียวกัน คือมีเป้าหมายร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว
  • S - Synergies on Solutions ผนึกกำลังเพื่อให้ได้มาซึ่งแนวทางใหม่ ๆ – ทำงานเป็นทีม ร่วมงานกันอย่างใกล้ชิด ทั้งที่เป็นผู้ร่วมงานภายใน และคู่ค้าภายนอก เพื่อให้ได้มาซึ่งทางเลือกที่เป็นทางออก วิธีการ และกระบวนการในการแก้ปัญหา
  • T - Trust Builder สร้างความน่าเชื่อถือ – เพียงแค่ท่านถูกรับรู้ (Perceived) จากคู่ค้าว่า ไม่มีความจริงใจ เชื่อถือไม่ได้ ก็จบเห่... เพราะไม่มีทางที่คู่ค้าจะไว้ใจ เชื่อถือคุณ
  • O - Opportunities Search ค้นหาโอกาส – คิด คิด คิด... สอดส่องค้นหาโอกาสทางธุรกิจ และสอบถามถึงความเป็นไปได้ทางธุรกิจเสมอ ๆ ทั้งจากผู้ร่วมงานภายใน หรือแม้กระทั่งกับคู่ค้าภายนอก
  • M - Measuring the Results ตรวจวัดผลงาน – หมั่นตรวจสอบผลประกอบการ เข้าใจที่มาที่ไปของยอดขายในแง่มุมต่าง ๆ ค่าใช้จ่ายที่วางแผนไว้กับที่ใช้จ่ายจริง พื้นที่จัดเรียงสินค้าทั้งที่เป็นชั้นวางสินค้าปกติ และจุดส่งเสริมการขายที่เป็นการจัดตั้งกองโชว์แห่งที่ กิจกรรมส่งเสริมการขาย วิเคราะห์ค้นหาผลลัพธ์อย่างสม่ำเสมอ
  • E - Engages for Execution Excellence กัดไม่ปล่อยเพื่อสร้างความเป็นเลิศ  มุ่งเน้น ให้ความสนใจกับการปฏิบัติการ ดำเนินการได้จริง อย่าดูแต่รายงาน คือมั่นใจให้ได้ว่าทุกกิจกรรมทางการตลาดเป็นไปตามข้อตกลงในสาขาต่าง ๆ
  • R - Review Business Performance Regularly ทบทวนผลการดำเนินธุรกิจ – นำผลการวิเคราะห์ นำโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ หรือกิจกรรมใหม่ ๆ และนำเสนอต่อคู่ค้าอย่างสม่ำเสมอ

กระผมเชื่อว่า “คาถา CUSTOMER” นี้ มีส่วนสนับสนุนให้ท่านเป็นผู้จัดการพัฒนาลูกค้าหลักที่ประสบความสำเร็จ คู่ค้าของท่านพึงพอใจ ประทับใจในกิจกรรมพัฒนาธุรกิจอย่างไม่หยุดนิ่ง สร้างยอดขายให้สูงขึ้นแบบก้าวกระโดด หากเป็นเช่นนั้น คู่ค้าของท่าน นอกจากจะไม่เอาเงินไปจับจ่าย ซื้อของที่อื่นแล้ว ยังอาจยกสถานะให้องค์กรของท่านเป็น Preferred Supplier อีกด้วย

สรรพัชญ์ เลี้ยววาริณ
25 มิถุนายน 2554

Email      Tweet This      Post to Facebook      Share on Linkdin      Print.
 
Comment : 
Name : 
E-mail  : 
 
  หนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับเท่าไร?